ในหนังสือ “ขายให้รวยด้วยเทคนิคง่ายๆ” โดยเกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย ได้แนะนำเคล็ดลับในการทำงานร่วมกับชาวต่างชาติไว้คร่าวๆ 6 ประการดังนี้

1. เมื่อไม่เห็นด้วยขอให้พูดออกมา (Assertive when disagreement)

คือ ความกล้าที่จะพูดหรือแสดงความคิดความเห็นของเราออกมาเป็นคำพูด เมื่อเรามีความเห็นที่ไม่ตรงกับหัวหน้าเรา เช่น กรณีเขามอบหมายงานแล้วเรารู้สึกว่ามันยากที่จะปฏิบัติให้สำเร็จตามแผนงานได้ โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวกับเส้นตาย รายละเอียดของการนำไปปฏิบัติ หรือกิจกรรมสำคัญที่อาจจะเป็นจุดวิกฤตต่อแผนงาน ขอให้เราแสดงความคิดเห็นของเราออกมาอย่างสุภาพและตรงไปตรงมา
อย่าเกรง ใจเขาโดยการพยักหน้าและบอกว่า Yes โดยปกติพวกเรา พยักหน้าและบอกว่า Yes นั้นแสดงว่า “เรากำลังรับฟัง” อยู่แต่สำหรับชาวต่างชาติแล้วเขาตีความหมายว่า “เราเห็นด้วยและตกลง” ตามนั้น ซึ่งเขาตีความว่าเรา “รับปาก (Promise)” ไปแล้ว
สำหรับชาวต่าง ชาติเมื่อเรารับปาก (Promise) อะไรก็ตามแล้วเราไม่สามารถทำได้ คุณได้ทำลายความเชื่อถือ (Trust) ในตัวคุณลงโดยไม่รู้ตัว เพราะสำหรับเขาแล้ว เขาไม่คิดว่า “ไม่เป็นไร” เช่น เราคนไทย หากว่าเราทำให้เขา Trust ในตัวเราน้อยลงแล้วคราวต่อไปเราคงต้องใช้ความพยายามมากขึ้นอย่างมหาศาลเพื่อ เรียกความเชื่อถือกลับมา เพราะขาดความไว้วางใจกันเสียแล้ว ดังนั้นหากจะรับปากอะไรก็ตามขอให้แน่ใจว่าเราสามารถทำได้ตามที่รับปากเช่น นั้นจริงๆ

2. เมื่อไม่รู้หรือไม่แน่ใจขอให้กล้าที่จะถาม

หัวหน้างานสมัยใหม่และชาวต่างชาติส่วนใหญ่จะรู้สึกยินดีเมื่อมอบหมายงานแล้ว ลูกน้องมีคำถาม เพราะแสดงว่าเราให้ความสนใจกับรายละเอียดของงานและเรายังแสดงออกถึงความต้อง การที่จะเข้าใจเพื่อจะได้ทำงานให้สำเร็จลุล่วง พวกเราไม่ชอบถามอาจจะกลัวเสียหน้าหรืออายที่จะถาม แต่สำหรับผมแล้ว ระลึกอยู่เสมอว่าเราอาจจะเสียหน้าบ้าง แต่ว่าดีกว่าสูญเสียความน่าเชื่อถือจากหัวหน้างานหรืออาจจะตกงานได้ง่ายๆ หากเราเข้าใจผิด เพราะเราอาจจะไปทำในคนละเรื่องกับสิ่งที่เขาต้องการเลยก็ได้

3. ยอมรับความผิดพลาดในงานแต่เนิ่นๆ

เมื่อเกิดผิดพลาดในงานเรามีแนวโน้มที่จะปกปิดมันโดยเฉพาะกับหัวหน้าเรา แต่ว่าความจริงแล้วหากเราบอกหัวหน้าเราแต่เนิ่นๆ ตั้งแต่เราทราบ แนวโน้มของความเสียหายจะน้อยกว่าและโอกาสของการแก้ไขปัญหาก็ง่ายขึ้นกว่าการ ปล่อยให้เนิ่นนานออกไป หัวหน้างานของคุณอาจจะโกรธบ้าง แต่แน่ใจได้เลยว่าเขาจะยิ่งโกรธมากขึ้นแน่ๆ หากปล่อยให้เนิ่นนานออกไปหรือละเลยให้ความเสียหายยิ่งบานปลาย ดังนั้นสู้เผชิญกับปัญหาแต่เนิ่นๆแล้วโดนเอ็ดบ้างนิดหน่อยดีกว่าปล่อยให้ กลายเป็นเรื่องใหญ่
หากคุณบอกเขาแล้วเขาแสดงอาการหงุดหงิดออกมา อาจจะบอกกับเขาว่านายพลคอลลิน พาวเวลล์ ผู้นำทางทหารของอเมริกาในยุทธการพายุทะเลทรายตอนถล่มอิรัคเคยกล่าวไว้ว่า “วันใดที่ทหารของคุณเลิกนำปัญหามาปรึกษากับคุณ แสดงว่าคุณไม่ได้เป็นผู้นำของเขาแล้ว เพราะเขาคงคิดว่าคุณไม่สามารถช่วยเขาได้หรือคุณไม่แคร์ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดก็ตามถือว่าคุณล้มเหลวในความเป็นผู้นำ”

4. พูดให้ชี้ชัดเฉพาะเจาะจงขึ้น (Be Specific)

เราชาวไทย เพราะเราถูกอบรมมาให้ระมัดระวังคำพูดมิให้คำกระทบกระทั่งความรู้สึกของคน อื่น บ่อยครั้งทำให้เราพูดอ้อมค้อมเกินไปและไม่ตรงประเด็น เราควรจะต้องสื่อสารกันให้ชัดเจนขึ้นทั้งในเรื่องพูดและเขียน สัญญาณที่จะบอกกับเราว่าเราเริ่มพูดจาไม่ค่อยชัดเจนเมื่อเราถูกผู้ฟังถาม บ่อยๆว่า “คุณหมายความว่าอย่างไรที่บอกว่า…(What do you mean by that…?)”
ทางแก้เพื่อให้พูดจาชัดเจนก็คือต้องทำให้ความคิดชัดเจนและ มีลำดับขั้นตอนที่ดีเสียก่อน ก่อนจะเข้าประชุมหรือหารือกับหัวหน้างาน เราควรจะนั่งลงพร้อมกระดาษแล้วเขียนความคิดของคุณออกมาก่อน หลังจากนั้นจึงลำดับความคิดของคุณออกมาว่า ต้องการคุยเรื่องอะไร มีที่มาหรือภูมิหลังว่าอย่างไร เกิดปัญหาอะไรขึ้น อะไรเป็นสาเหตุ มีข้อมูลอะไรสนับสนุน สุดท้ายมีข้อเสนอแนะอะไรสำหรับปัญหานั้นบ้าง และควรจะเสนอแนะหลายๆ ทางเลือกรวมทั้งเสนอทางเลือกในความเห็นของคุณ หากจะให้ดีก็ควรวิเคราะห์ต่อเนื่องถึงผลลัพธ์หากตัดสินใจเลือกทางเลือกนั้น จะเกิดผลกระทบหรือความเสี่ยงอะไรตามมาได้บ้าง

5. บอกความคืบหน้าเป็นระยะ

วหน้างานส่วนใหญ่ต้องการทราบผลความคืบหน้าของงานเป็นระยะๆ เราควรจะรายงานเขาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ในเรื่องของความถี่และรายละเอียดนั้น อาจจะต้องศึกษาเป็นรายบุคคลดังคำกล่าวที่ว่าลางเนื้อชอบลางยา คนแต่ละคนมีความชอบไม่เหมือนกัน เราอาจจะถามเขาโดยตรงก็ได้ หรือถามเลขาฯของเขา หรืออดีตลูกน้องของเขาก็ได้
รูปแบบการสื่อสารก็อาจ จะต้องศึกษาด้วย คนบางคนชอบให้รายงานทางโทรศัพท์ คนบางคนต้องรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร คนบางคนต้องรายงานด้วยวาจาทุกวัน หรือทุกสัปดาห์ เช่นกันดูตามสไตล์ของแต่ละคนแล้วปรับประยุกต์ใช้

6. บันทึกสิ่งที่คุณทำเป็นลายลักษณ์อักษร

การบันทึกสิ่งที่คุณทำ บันทึกความเข้าใจ (MEMO) บันทึกการประชุม หรือรายละเอียดของงานจะช่วยคุณได้หลายกรณีเช่น ช่วยให้ทุกคนมีความเข้าใจตรงกัน
นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่บันทึกผลงาน และความสำเร็จต่างๆของเรา เราสามารถนำไปใช้อ้างอิงในอนาคต หรือนำไปใช้เมื่อต้องพิจารณาผลงานของเรา และยังเป็นหลักฐานยืนยันกับหัวหน้างานคนใหม่เพราะเราในอนาคตหากมีการเปลี่ยน แปลงหัวหน้างาน

ที่มา : www.kookroom.com